The Chief of FOCT พูดคุยกับคุณบูม – พ.ต.ท.อภิเนสภ์ พรพิบูลย์

ในแวดวงสังคมคนทั่วไปจะรู้จักกับคุณบูม – พ.ต.ท.อภิเนสภ์  พรพิบูลย์ ในนามของข้าราชการตำรวจ ผู้ดูแลความเรียบร้อยของงานราชการในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ แต่ในอีกบทบาทหนึ่งเขายังเป็นผู้ดูแลความเรียบร้อยให้กับกลุ่มผู้ใช้รถยนต์ FERRARI ในประเทศไทย ด้วยบทบาทการเป็นประธานชมรม FOCT ( Ferrari Owner Club Thailand ) ที่เป็นจุดศูนย์รวมคนรักและหลงใหลในซูเปอร์คาร์สัญชาติอิตาลี

ไม่ใช่เรื่องง่ายในการดำรงตำแหน่งประธานของ FOCT แต่ความหลงใหลในแบรนด์แบบหมดใจของคุณบูม ทำให้สามารถขับเคลื่อนกลุ่มนี้ให้พัฒนาและกว้างขวางขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยคุณบูมได้เล่าให้เราฟังถึงจุดเริ่มต้นความผูกพันระหว่างตัวเขาและ FERRARI ว่ามีความเป็นมาอย่างไร

“สำหรับผม FERRARI นี่เป็นยี่ห้อที่รู้จักแรก ๆ และก็เป็นอะไรที่ชอบมาตลอด โดยไม่เคยคิดจะชอบรถยี่ห้ออื่นเลย ตอนนั้นอายุได้สัก 14-15 ก็เริ่มแรกเลยนอกจากได้เห็นจากรูปแล้วก็ได้เห็นรถของเพื่อนคุณพ่อที่เขาขับมาที่บ้าน เราก็ชอบในรูปทรง ในดีไซน์ แล้วก็เสียงเครื่องยนต์ที่มันเป็นเอกลักษณ์ของเขา ก็เริ่มหลงรักและศึกษามันมาตั้งแต่ตอนนั้น”

“จนกระทั่งเมื่อสักประมาณ 20 กว่าที่ปีแล้ว ผมได้ครอบครอง FERRARI คันแรกเป็น 512TR สีแดง คันนั้นเป็นรถ SecondHand ก็ได้ใช้มันอยู่สักพักก็ได้ยินข่าวว่าดีลเลอร์ในเมืองไทยสมัยนั้นจะเอา 512 M มาขาย ผมก็เลยตัดสินใจขาย 512TR คันนั้นไป เพื่อจะมาเอา 512M สีเหลืองคันนี้ เพราะว่ารุ่นนี้มันคือ FERRARI เครื่องยนต์ Flat-12 รุ่นสุดท้ายของ FERRARI ซึ่งจะไม่ทำอีกแล้ว ก็เลยเลือกเก็บ 512M คันนี้ไว้จนถึงปัจจุบัน” จากธรรมเนียมของเด็กผู้ชายทุกคนที่ล้วนต้องหลงใหลในรถสปอร์ต แต่สำหรับคุณบูมไม่ใช่แค่เพียงเท่านั้น สำหรับเขาต้องเป็น FERRARI เท่านั้น นั่นเป็นแรงผลักดันให้เป็นเจ้าของ FERRARI คันแรกด้วยตำนานชื่อดังในตระกูล TESTAROSSA พลางชี้ให้เราดูถึงเส้นสายที่สวยงามของ 512M สีเหลืองที่จอดอยู่ข้างเขาตอนนี้ ซึ่งเป็นรถที่เขาครอบครองมาเป็นเจ้าของมือเดียวตั้งแต่ป้ายแดง

“เสน่ห์ของ 512M คันนี้ คือมันเป็นรถในตระกูล TESTAROSSA ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นรถที่เซ็กซี่ที่สุดในโลก ด้วยดีกรีที่สามารถชนะการประกวดได้ถึง 10 ปีติดต่อกัน และยังเป็น FERRARI ที่ใช้เครื่องยนต์ FLAT 12 สูบ รุ่นสุดท้ายของ FERRARI ซึ่งทั่วโลกมี 512M ซึ่งเป็นโมเดลสุดท้ายของ TESTAROSSA นี้อยู่แค่ 501 คันในโลก และคันนี้คือหนึ่งใน 75 คันที่เป็นรถพวงมาลัยขวา และผมเป็นคอลเลกเตอร์ ผมจะพยายามเก็บให้มันอยู่ใน Condition เดิมให้ได้มากที่สุด” ซึ่งคันนี้ถือเป็นรถ FERRARI ลำดับต้น ๆ ที่คุณบูมได้ครอบครอง โดยในปัจจุบันนอกจาก 512M คันนี้ คุณบูมยังเป็นเจ้าของ 575 SA ( Super America ), 599 GTO, F12tdf และ LaFERRARI ซึ่งล้วนถูกเก็บรักษาไว้ในสภาพที่ดีมากในโรงรถของเขา

เมื่อพูดถึงเสน่ห์ของรถ FERRARI ในมุมมองของคุณบูม ทำให้เราทราบถึงรายละเอียดที่หลายคนมองข้ามมันไป “จริง ๆ แล้วคาแรกเตอร์ของ FERRARI ทุกรุ่นมีความแตกต่างกันหมด ไม่ว่าจะเป็นเครื่อง 12 สูบวางกลาง, 12 สูบวางหน้า หรือว่า 8 สูบ ฟีลลิ่งของ FERRARI ทุกรุ่นเนี่ยไม่มีซ้ำกันเลย เครื่องยนต์ FERRARI สแตนดาร์ด ถ้าไม่นับรวมการเปลี่ยนท่อไอเสียใหม่นะ มันจะมีเสียงเป็นเอกลักษณ์เฉพาะรุ่นที่เพราะ เร้าใจ และนุ่มนวล เสียงในตอนเดินเบา รอบกลาง รอบสูง ฟังแค่เสียงก็สามารถบอกได้ว่าคือ FERRARI รุ่นไหน คือ 430 ก็มีเสียงหนึ่ง 360 ก็มีเสียงหนึ่ง458 ก็จะมีอีกเสียงหนึ่ง เรียกว่าแค่ได้ยินเสียงสตาร์ทไม่ต้องเห็นรถก็รู้ได้แล้วว่าคือรถอะไร”

สำหรับบางคนที่เล่น FERRARI มักยึดติดว่าต้องเป็นเครื่อง 12 สูบเท่านั้น แต่คุณบูมก็นำเสนอแนวคิดส่วนตัวกับเอกลักษณ์เฉพาะตัวใน FERRARI แต่ละคัน “สำหรับผมชอบทั้งคู่นะ เอกลักษณ์ของแต่ละรุ่นเขาต่างกันความชอบแต่ละรุ่นจึงไม่เหมือนกัน ไม่ว่าจะทั้ง 12 สูบหรือ 8 สูบ มันสนุกกันคนละแบบ อย่าง 8 สูบก็เป็นรถที่ขับสนุกในเมือง บนทางด่วน มันคล่องตัวมากกว่า ส่วนถ้าเป็นรุ่น 12 สูบ ก็จะเป็นรถที่ค่อนข้างเป็นใหญ่ ใช้งานในเมืองค่อนข้างลำบากนิดนึง ถ้าอยากสนุกกับมันอาจต้องใช้ขับในระยะทางยาว ๆ อย่างออกต่างจังหวัด ซึ่งไม่ว่าจะเป็นรุ่นไหน อย่างไรก็ขอให้เป็น FERRARI ยิ่งในปัจจุบัน FERRARI ก็สามารถเป็นรถที่ใช้งานได้ทุกวัน แรง เกาะถนน ขับสบาย แอร์เย็น ทุกอย่างมันรวมกันได้อย่างเพอร์เฟ็กต์”

                ด้วยความหลงใหลในแบรนด์แบบแฟนพันธุ์แท้นี้เองทำให้คุณบูมได้รับเกียรติจากกลุ่ม FOCT ซึ่งเป็นกลุ่มที่รวบรวมผู้ใช้รถ FERRARI ในประเทศไทย ให้ดำรงตำแหน่งประธานชมรม ซึ่งเป็นอีกบทบาทหนึ่งที่คุณบูมทำด้วยความชอบส่วนตัว 

“ที่มาที่ไปผมก็ยังงง ๆ กับการมาเป็นประธาน FOCT ส่วนหนึ่งน่าจะเกิดจากความหลงใหลตั้งแต่เด็กและสั่งสมมาเรื่อย ๆ ผมไม่เคยใช้ซูเปอร์คาร์ยี่ห้ออื่น ผมไม่เคยนอกใจ FERRARI เลย เรียกว่าผมจงรักภักดีแต่ FERRARI อย่างเดียว ทางกลุ่มเขาก็คงมองเห็นประวัติของเราตรงจุดนี้  ก็เลยอยากมอบหมายให้เรามาทำตรงนี้ ซึ่งผมก็ยินดีรับหน้าที่นี้อย่างเต็มใจ เพราะผมมีความชอบจริง ๆ”

“เป้าหมายหลักของ FOCT คือ ผมอยากให้ทุกคนมีความสุขในการใช้รถ FERRARI อยากให้ได้มาพบปะสังสรรค์กันบ่อย ๆ เราต้องการให้ทุกคนมีความรักต่อกัน มีความรักในรถ FERRARI รักใน Passion ที่เรามีร่วมกัน มันเป็นอะไรที่ต้องค่อย ๆ สร้างขึ้นมาร่วมกัน อย่างบางคนที่เข้ามาเป็นสมาชิก แรกเริ่มมีรถอย่างเดียวยังไม่ได้รัก  หรือยังไม่มีความอินกับยี่ห้อนี้ แต่ซื้อมาเพราะว่าโอเค “Just Ferrari” แต่พออยู่ ๆ กันไป เริ่มได้คุยกันกับสมาชิกมากขึ้นเรื่อย ๆ ก็จะค่อย ๆ เริ่มซึมซับ ว่าทำไม FERRARI ต้องเป็นอย่างนี้เป็นอย่างนั้น มันมีที่มายังไง บางคนอาจจะไม่เคยดูการแข่งขันรถ Formula 1 ด้วยซ้ำ ทั้ง ๆ ที่ FERRARI อยู่กับการแข่งขัน Formula 1 มาตั้งแต่ต้น ซึ่งผมพูดได้เลยว่า FERRARI เป็นทีมเดียวที่อยู่กับ Formula 1 มาโดยตลอด แต่บางคนยังไม่รู้เลยว่า FERRARI มีจิตวิญญาณมาจากสนามแข่งจริง ๆ การที่ FERRARI เป็นซูเปอร์คาร์ระดับโลกได้นั้นมันมีที่มาที่ไป และเราก็อยากถ่ายทอดความรู้สึกนี้ให้กับสมาชิกทุกท่าน เผื่อเขาจะชอบขึ้นมาในกีฬานี้มากขึ้น เผื่อจะเข้าใจในแบรนด์ FERRARI มากขึ้น”

จากความตั้งใจในการดูแลสมาชิกทุกท่านอย่างใกล้ชิด คุณบูมยังเล่าให้ฟังถึงภาพรวมและแนวโน้มของชมรมที่มีสมาชิกเพิ่มขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง “ตอนนี้พอคนมี FERRARI คันหนึ่ง ก็ต้องการมีคันที่ 2 ที่ 3 ซึ่งคันที่ตามมาก็ต้องเป็นรุ่นที่ LIMITED หน่อย หายากขึ้นมานิดนึง และรถ FERRARI LIMITED พวกนี้มันก็ต้องมีประวัติในการเก็บ อย่างคุณเก็บคันแรกเป็นรุ่นนี้ คันที่สองคุณจะได้เป็นรุ่นอะไร คันที่สามคุณจะได้รุ่นอะไร มันมีเสต็ปในการซื้อ ไม่ใช่ว่าอยู่ดี ๆ มีตังค์แล้วจะสามารถซื้อได้หมด มันเป็นอะไรที่คุณต้องสร้างโปรไฟล์มันขึ้นมา ไม่เหมือนกับรถยี่ห้ออื่น รถยี่ห้ออื่นคุณมีตังค์ก็ซื้อได้ แต่สำหรับ FERRARI นี่คือ ถ้าเขาไม่ให้ซื้อ คุณก็ซื้อเขาไม่ได้ ผมเชื่อได้เลยว่าไม่มีรถค่ายไหนที่เป็นแบบนี้ นี่เป็นเสน่ห์อีกอย่างหนึ่งที่เขาสามารถสร้างแบรนด์ของเขาได้ดีมาก ๆ ในโลก”

“ปัจจุบัน FOCT ก็ก้าวเข้าสู่ปีที่ 5 แล้ว ด้วยจำนวนสมาชิกที่เพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ จนปัจจุบันมากถึง 140 คน ก็ต้องขอบคุณสมาชิกและคณะกรรมการทุกท่าน ที่ร่วมกันดูแลชมรม ซึ่งจากที่ปกติ FOCT เราจะมีกิจกรรมกันแทบทุกเดือนอยู่แล้ว ยกเว้นหน้าฝนเพราะมันเปียกไปไหนมาไหนก็ไม่ค่อยสะดวก ส่วนใหญ่เราก็จะนัดไปทานอาหาร ดูหนัง หรือขับรถเล่นกันในแทร็กเดย์บ้างบางโอกาส อย่างเมื่อเดือนที่ผ่านมาก็เพิ่งมีการแข่งโกคาร์ทกันไป และในปี 2018 นี้ทาง FOCT ก็ลงแรงกับกิจกรรมหลาย ๆ อย่าง ให้มากกว่าปีที่ผ่านมา ซึ่งไม่ใช่ผมคนเดียว มีพี่น้องสมาชิกและคณะกรรมการที่คอยร่วมสนับสนุนกันอยู่” จากเป้าหมายของประธานก็คาดว่าในปีนี้จะได้เห็นอะไรใหม่ ๆ กับ FOCT นี้อีกมากมายอย่างแน่นอน ซึ่งสามารถติดตามความเคลื่อนไหวได้จาก IG: Focthailand

อย่างไรก็ตามการจะได้เห็นรถ FERRARI บนท้องถนนในประเทศไทยนั้นก็ดูจะเป็นเรื่องที่ยาก ด้วยปัจจัยหลายอย่าง แต่คุณบูมก็ยืนยันถึงศักยภาพของ FOCT  “FOC ในต่างประเทศ อย่างฮ่องกง สิงคโปร์ จีน เราจะสามารถเห็น FERRARI ได้อยู่ทั่วไป เนื่องจากเขานำมาใช้งานกันจริง ๆ แต่เมื่อเทียบกับ FOCT ผมว่า FERRARI ในประเทศเราจริง ๆ เราก็มีเยอะนะ แต่บ้านเราส่วนใหญ่ค่อนข้างเก็บกัน ไม่ค่อยใช้งาน ก็เลยไม่ค่อยได้เห็น จริง ๆ ตอนนี้รถเยอะมาก สมาชิกแต่ละคนก็ไม่ได้มีรถคันเดียว ในเมมเบอร์ 140 กว่าคนเนี่ย มีรถมากกว่า 300 คัน และหลายคันก็เป็นรุ่นสะสมที่หายาก  จริง ๆ แล้วรถ FERRARI บ้านเราทัดเทียมเมืองนอกได้สบาย เพียงแต่ว่าเราก็ไม่ได้ขับโชว์ให้คนอื่นเห็นเท่านั้นเอง ก็อยากเห็นเพื่อน ๆ ช่วยกันขับรถมาร่วมกันเยอะ ๆ ในตอนรวมตัวของกลุ่ม FOCT”

นับเป็นเรื่องยอดเยี่ยมที่คนรัก FERRARI ในภูมิภาคนี้ ได้มีคนที่รักและหลงใหลในแบรนด์อย่างเต็มตัว มาช่วยดูแลชมรมของคนคอเดียวกัน สุดท้ายอยากให้คุณลองขับ FERRARI มาปลดปล่อยพลังของมันรวมกันกับพวกเขา แล้วจะไม่ผิดหวังกับเรื่องราวดี ๆ ที่ผู้ชายคนนี้ตั้งใจทุ่มเทให้กับสิ่งที่เขารักมาตลอดทั้งชีวิต

One Comment

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *