PISTA ล่องไปในอากาศ (PISTA FLIES)

เราค้นพบว่า PISTA SPIDER ได้นำเราไปสู่อีกระดับของความเร้าใจในสมรรถนะรถ Ferrari เปิดประทุน

สำหรับรถ Ferrari ที่ได้รับการปรับลดเอาน้ำหนักส่วนเกินออกเพื่อให้ได้สัมผัสกับประสบการณ์จากโรงงาน Maranello ได้โดยสมบูรณ์ที่สุดแล้วนั้น Pista Spider 488 เป็นรถที่ขับได้ลื่นไหลที่มาพร้อมกับรายละเอียดชิ้นส่วนปลีกย่อยอันน่าทึ่งอย่างไม่ต้องสงสัย

แอโรไดนามิกมีบทบาทสำคัญในส่วนนี้มากพอๆ กับที่มีใน Pista Coupé และเพราะเป็นรถคันนั้นจึงยิ่งทำให้เวทย์มนตร์แห่งพลศาสตร์ทำงานได้อย่างดีเยี่ยม ทั้งด้านบนและใต้ท้องที่เป็นอลูมิเนียมกับคาร์บอนไฟเบอร์ของบอดี้รถ มันเริ่มมาจากช่องดักอากาศ (S-duct) ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากรถ F1 ที่จมลึกลงไปในจมูกของรถซึ่งเป็นเหตุให้แรงกด (downforce) ที่เกิดกับตัวรถลดลงมากขึ้นถึง 18% เมื่อเทียบกับ Spider 488 รุ่นมาตรฐาน นอกจากนี้ยังมีอุปกรณ์รีดอากาศใต้ท้องรถด้านหลังแบบซ้อน (diffuser) ที่ดูแข็งแรงมากพอที่จะทิ้งร่องรอยไว้บนสนามได้

ตัวกรองอากาศของเครื่องยนต์ V8 ถูกจัดวางไว้ด้านหลังสปอยเลอร์ท้าย (แบบเดียวกับที่ใช้บนรถแข่ง 488 Challenge) แทนที่จะอยู่ด้านข้างอย่างที่คุณจะพบได้ในรถ 488 รุ่นธรรมดาสปอยเลอร์ซึ่งมีความสูงที่มากกว่า 30 มม. และยาวกว่า 40 มม. กับยาง Michelin Pilot Cup 2 และเบรกคาร์บอนเซรามิกนั้นเอามาจาก Pista Coupé และหากคุณมีงบเยอะก็ยังสามารถสั่งเสปกล้อคาร์บอนไฟเบอร์ได้อีกด้วย ทั้งหมดนี้หมายความว่าสำหรับผู้ที่เพิ่งเคยได้สัมผัสเป็นครั้งแรก คุณจะหมดเวลาส่วนใหญ่ไปกับการสาละวนทั้งชี้ กระทุ้ง และจิ้มชิ้นส่วนราคาแพงต่างๆ จากรายละเอียดทางวิศวกรรม อย่างที่ควรจะเกิดกับรถเปิดประทุนที่แรงที่สุดที่ Ferrari เคยผลิตมา ซึ่งราคาใกล้เคียง  Monza รถลมกรดที่ 1.5 ล้านปอนด์

สิ่งหนึ่งที่ชัดเจน คือ Pista รุ่น 2 ในตระกูล 488 ได้รับความสนใจไม่น้อยไปกว่ารุ่น coupé ที่คล้ายกันเลย

รายละเอียดปลีกย่อยที่คุณมองไม่เห็น (เว้นแต่คุณจะใช้ลิฟต์ยกรถแบบ 4 เสา) ทุกๆ ชิ้นส่วนก็น่าประทับใจพอกันส่วนประกอบแอโรไดนามิกอันคล่องแคล่วที่ได้รับการพัฒนาให้ดียิ่งขึ้น ช่วยนำร่องอากาศให้ลอดไปใต้ท้อง ผ่านตัวรถ และออกไปจาก Pista Spider ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ด้วยอัตราความเร็วที่สูงกว่ารถเปิดประทุนทุกคันที่ Ferrari เคยมีมา หม้อน้ำที่สลับมาอยู่ด้านหน้าช่วยเพิ่มความสามารถในการทำความเย็นได้ดีขึ้นถึง 25% แต่เพิ่มปฏิกิริยาที่อากาศทำต่อรถเพียง 7% เท่านั้น ด้วยความที่อากาศร้อนถูกไล่ลงไปด้านล่างเพื่อสร้างกำแพงเสมือนนำล้อหน้า ซึ่งทำให้อากาศทำปฏิกิริยาต่อรถน้อยลงไปอีก ในขณะเดียวกันก็ช่วยเพิ่มสมรรถนะให้กับอุปกรณ์ระบายความร้อนของอากาศ (intercooler) ที่อยู่ด้านหลังอีกด้วย

คุณจะเห็นได้จากเครื่องยนต์ V8 twin turbocharge ของ Pista Spider ที่ได้รับรางวัลมามากมาย (มันได้รับการแต่งตั้งให้เป็นเครื่องยนต์แห่งปีถึง 4 ปีซ้อน) สำหรับผู้ที่โชคดีพอที่จะได้รับความสนุกจากการขับ Pista Coupé จะรู้ดีว่าเครื่องยนต์ V8 F154 นั้นพิเศษมากแค่ไหน มันไม่ได้อยู่ในระดับเดียวกับเครื่องรุ่นเก่า เครื่องยนต์ประจุอากาศด้วยตัวเอง (naturally aspirated)  V8 F136 จะเสียดแทงระบบประสาทและกระแทกแก้วหูของเรา แต่วันเวลาเก่าๆ ของเครื่องยนต์แบบนั้นได้กลายเป็นอดีตไปแล้ว สำหรับตอนนี้ก็ต้องเป็นเครื่องนี้เท่านั้น สิ่งที่ก้าวล้ำเราไปอย่างรวดเร็วคือโลกแห่งเครื่องยนต์เทอร์โบชาร์จของ Ferrari ซึ่งเป็นเครื่องยนต์ที่ไม่ได้เริ่มต้นได้สวยที่สุดกับ California T แต่ 488 ได้รับการพัฒนาพลิกโฉมใหม่จนจำไม่ได้และจะยังคงพัฒนาไปอย่างต่อเนื่องกับมอเตอร์ไฮบริดเทอร์โบชาร์จ SF90 ของ Stradale

ปัจจุบันเครื่องยนต์ V8 ขนาด 3.9 ลิตรของ Pista เป็นสุดยอด Ferrari เครื่องเทอร์โบชาร์จ อาการรอรอบของเครื่องยนต์ (ลิ้นเร่งหน่วง) ไม่ปรากฏให้เห็นเลยจริงๆ การตอบสนองของเกียร์สูงๆ ก็น่าประทับใจมากในด้านสมรรนะการเร่งความเร็วด้วยความฉับไวและไร้ซึ่งการผ่อนกำลัง ราวกับความเร็วแรงอย่างเสือซึ่งมีความเร็วติด 1 ใน 4 อันดับแรก

เมื่อใกล้ถึงเวลาลงสมัครการแข่งขัน Ferrari Challenge มันทำให้รู้สึกมีชีวิตชีวายิ่งกว่าอะไรทั้งหมด

ด้วยการตั้งค่าอัตโนมัติของสวิตช์ Manettino ไปที่ Sport คุณคาดหวังไว้ได้เลยว่าจะเจอกับหน้าจอระบบปฏิบัติการที่มีสมรรถนะหลากหลาย แต่ก็ไม่ได้ทำไว้รองรับการระเบิดสมรรถนะเมื่อคุณเหยียบคันเร่งจนสุด เวลาที่กระจกหน้าของคุณเต็มไปด้วยภาพเบลอ คุณจะสังเกตเห็นแสงสีแดงสว่างจ้าตรงเหนือพวงมาลัยขณะที่ไฟเปลี่ยนเกียร์สว่างขึ้น และเปลี่ยนไปเร็วพอๆ กับเข็มที่พุ่งถลาไปรอบมาตรวัดความเร็วหน้าปัดเหลือง นิ้วขวาเกร็งเตรียมดึงก้านเปลี่ยนเกียร์อลูมิเนียมกลับเพื่อที่จะเปลี่ยนขึ้นไปอีกเกียร์และวิ่งผ่านความแรงที่บ่งบอกถึงสมรรถนะของ Pista ได้อีกครั้งหนึ่ง

หากจะมีสิ่งหนึ่งให้ติ ก็คงจะเป็นเรื่องการเปิดใช้ห้องโดยสารเพื่อสัมผัสกับองค์ประกอบต่างๆ ไม่ได้ให้สัมผัสทางเสียงที่รื่นรมย์กว่าเท่าไรนัก เสียงเครื่องยนต์ทำงานดังกว่า และเสียงดังป๊อบ เสียงดังปังจากท่อไอเสียได้ยินใกล้มากขึ้น แต่ก็ไม่ได้ดูเหมือนจะเป็นปัญหากับขนคอคุณเลยสักนิดเดียว

การปรับโฉมภายนอกของ Pista มาเป็น Spider นั้นทำได้อย่างยอดเยี่ยม ตอนหลังคาปิดมีเพียงเส้นแนวปิด 3 เส้นกับช่องหน้าต่างรับแสงสว่างด้านหลังที่หายไปเท่านั้นที่เผยให้เห็นถึงความลับ แต่ดูเหมือนว่าคนที่ตาถึงพอเท่านั้นจึงจะสังเกตเห็นรายละเอียดแบบนั้นได้ วันวานที่คุณจะยอมประนีประนอมให้กับการออกแบบอันประณีตของ Ferrari เพื่อออกไปอาบแสง UV เมื่ออารมณ์พาไปได้กลายเป็นอดีตของเราไปนานแล้ว ไม่ว่าจะเปิดหรือปิดหลังคา แต่ปากกาของดีไซเนอร์ Flavio Manzoni ก็ยังเป็นอาวุธที่ทำให้เกิดผลที่โดดเด่นเสมอมา ส่วนตัวแล้วผมคิดว่าโครงสร้างที่เป็นปีกค้ำยันของ Spider เป็นลักษณะเฉพาะที่ดีกว่าช่องรับแสงของ coupé ที่เคยพูดถึงก่อนหน้านี้ ถึงแม้ว่าคนอื่นๆ คงจะมองต่างออกไปโดยไม่ต้องสงสัย

แต่หน้าที่ของหัวหน้าฝ่ายเทคโนโลยี Michael Leiters และทีมของเขาต่างหากที่ควรจะเป็นคนนิยาม Ferrari ใหม่คันนี้ สำหรับคนที่ให้ความสนใจอย่างหนักแน่นกับกำลังทั้งหมดของเครื่อง V8 กับสมรรถนะ แชสซีของ Pista Spider คันนี้ได้รวมเอาทุกอย่างไว้ด้วยกันแล้ว ถึงจะมีข้อจำกัดอยู่ 1 หรือ 2 ข้อก็ตาม

พูดถึงข้อจำกัด อย่างแรก มีบางครั้งที่ Pista Spider ให้ความรู้สึกบางอย่างที่เหมือนกับ “Spider Sport 488” แบบเดียวกับ coupé ที่คล้ายกับมันมากกว่าจะเป็นทายาทของ  Aberta 458 อันดุดัน มันน่าประทับใจเพราะเป็น รถ Ferrari เปิดประทุนขนาด 710 แรงม้าที่มาพร้อมกับ DNA ความเหมาะสมที่จะวิ่งบนสนามที่จะสามารถนำคุณไปสู่ความประณีตระดับ Maserati Ghibli จนคุณจะนึกไม่ออกเลยว่ามันติดอยู่ในอันดับต้นๆ ของลิสต์รายชื่อรถที่ได้รับความสนใจมากกว่ารถอื่นๆ สำหรับพวกที่มองหาสมรรถนะอันเป็นที่สุดของ Pista Spider ที่กลับมาเกิดใหม่อีกครั้ง แล้วก็อาจจะเป็นอีกครั้งที่ทางทีมผลิตภัณฑ์ของ Ferrari ประสบความสำเร็จกับดัชนีชี้วัดความสำเร็จ (KPI) พิเศษดังกล่าว ซึ่งแทบจะเป็นไปไม่ได้เลย

ไม่ว่าคุณจะชอบเสียงคำรามระดับต่ำของยาง เสียงลมน้อยๆ เวลาปิดหลังคา หรือแรงกระทบเบาๆ เวลาเปิดหลังคาหรือไม่ก็ตาม แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า Pista Spider ให้ประสบการณ์ที่มีชีวิตชีวากว่าอะไรทั้งหมดที่คุณจะพบได้เมื่อใกล้จะถึงเวลาลงสมัครการแข่งขัน Ferrari Challenge

การแปลงร่างจาก Pista berlinetta ไปเป็น Spider ทำได้อย่างดีเยี่ยม รถดูเลิศไม่ว่าจะเปิดหรือปิดหลังคา เครื่องยนต์เดิม V8 twin-turbo 710 แรงม้า แชสซีเหมือนกับส่วนประกอบทุกอย่าง สมรรถนะล้ำเลิศทุกกระเบียด

มันเร็วหลุดโลกมากๆ เร็วมากๆ จริงๆ ในแง่การจับเวลาต่อ 1 รอบสนาม Fiorano (1 นาที 21.5 วินาที) แถมเป็นเวลาที่จับจากขณะที่รถหยุดนิ่งเสียด้วย มันใช้เวลาต่ำกว่า 3 วินาทีเพื่อทำความเร็วถึง 62 mph และใช้เวลาเกินกว่าเท่าตัวไปเล็กน้อยเพื่อทะลุ 100 mph แต่ความเร็วในการเข้าโค้ง ผ่านโค้ง และออกจากโค้งไหนๆ ต่างหากที่ทำให้คุณประหลาดใจได้จริงๆ

มันต้องใช้เวลา ความไว้ใจ และอาจต้องใช้ยาดมกลิ่นความกล้าหาญเพื่อจะไปให้ถึงตรงนั้น แต่ในครั้งแรกที่คุณเบรกช้ากว่าเดิมไปสักหน่อย หักเลี้ยวกระทันหันกว่าเดิมสักนิด และปล่อยอากาศให้ดันเข้าลิ้นปีกผีเสื้อในช่วงเวลาที่คุณรู้สึกได้ถึงยาง Michelin Pilot Sport Cup2 คู่หน้าที่กดดอกยางจนจมถึงหน้ายาง ถึงตอนนั้นคุณก็จะโดนตกเอง

มาถึงตอนนี้คุณจะมุ่งความสนใจไปที่การบังคับอุปกรณ์ต่างๆ อย่างนิ่มนวล ขับเคลื่อน Spider ไปตามขอบถนนอย่างระมัดระวังที่สุดด้วยความเข้าใจที่ว่ามันมีสมรรถนะเหนือกว่าคุณ แต่ก็ยังคงปล่อยให้คุณได้ค้นพบด้วยตัวเองเมื่อคุณทำตัวล้ำเส้นเกินไป ซึ่งก็เป็นไปตามสมควรเท่านั้น

คุณไม่สามารถรับรู้ได้ถึงน้ำหนัก 40 กก. ที่หายไปจาก Spider 488 ทั่วไป และแม้ว่าคุณจะไม่รู้สึกถึงน้ำหนัก 100 กก. ที่ Pista Spider ยกไปใส่ไว้ใน coupé ซึ่งหมายความว่าเมื่อคุณขับเร็วขึ้น คุณได้มอบความไว้วางใจให้กับการยึดเกาะและการไต่ระดับกำลังที่เครื่อง V8 ส่งออกมาสูงขึ้น มันจะล่องไปด้วยความลื่นไหลและความแม่นยำของรถสปอร์ตไฮเปอร์คาร์ที่ดีที่สุด มันตอบสนองโดยไม่ลังเล เกาะติดบนระบบกันสะเทือนของมันด้วยความเงียบที่ช่วยสร้างความมั่นใจให้เราได้ คงความสงบสุขุมและไว้ใจได้ แถมยังตอบแทนคุณด้วยสัมผัสที่วิเศษที่สุดเมื่อมันร่อนออกจากมุมไปพร้อมเพลาหน้าและหลังที่ทำให้สามารถควบคุมแกนต่างๆ ให้เคลื่อนที่เป็นเชิงเส้นแบบเดี่ยวได้

ภายในระยะ 6 ไมล์คุณจะได้รับประสบการณ์ครบทุกอย่าง เมื่อเปิดหลังคาเครื่องยนต์ V8 จะผลักคุณตามมันไป ความมหัศจรรย์ของแชสซีจากโรงงาน Maranello ที่อยู่เบื้องล่างคุณจะพาคุณไปพบกับการผจญภัยครั้งแล้วครั้งเล่าไม่รู้จบ มันคือการผสมผสานที่เข้มข้นด้วยความเอาใจใส่ของการเล่นแร่แปรธาตุทางยนตรกรรมที่ทำให้รู้สึกอิ่มเอมไปกับสติปัญญาอันชาญฉลาดของชาวอิตาลี

แล้วมันจะทำให้รู้สึกสบายมากเกินไปหน่อยไหมเวลาขับด้วยความเร็วปกติในสถานการณ์การขับขี่แบบธรรมดา? ไม่เลยสักนิดเดียว เวลาคุณผจญภัยเข้าไปในสมรรถนะขั้นสุดของ Pista สัมผัสใดๆ ที่ Ferrari อาจจะเคยทำให้รู้สึกเบาไปบ้างนั้นได้ถูกกำจัดไปตลอดกาลแล้ว สิ่งนี้เป็นมากกว่าแค่ Pista เปิดประทุนธรรมดา มันคือ Ferrari ที่พิเศษมากๆ คันหนึ่งเลยทีเดียว

คุณสมบัติ

เครื่องยนต์ V8, 3,902 cc, twin-turbo กำลังสูงสุด 710 แรงม้า ที่ 8,000 rpm แรงบิดสูงสุด 568 lb ft ที่ 3,000 rpm เกียร์ 7 speed DCT ขับเคลื่อนล้อหลัง, ระบบเฟืองท้ายแบบอิเล็กทรอนิกส์ (E-Diff 3), ระบบติดตามแบบ F1, ระบบควบคุมการลื่นไถล SSC6, ระบบช่วงล่าง ด้านหน้า : แบบปีกนกคู่, สปริงขด, ตัวหน่วงการสั่นสะเทือนแบบปรับได้ (adaptive damper), เหล็กกันโคลง (anti-roll bar) ด้านหลัง : คานบิด (multi-link), สปริงขด, ตัวหน่วงการสั่นสะเทือนแบบปรับได้ (adaptive damper), เหล็กกันโคลง (anti-roll bar) เบรก ดิสก์เบรกคาร์บอนเซรามิก, ด้านหน้า 398 mm, ด้านหลัง 360 mm, ABS ล้อ : ด้านหน้า 9×20 นิ้ว, ด้านหลัง 11×20 นิ้ว ยาง ด้านหน้า 245/35 ZR20 ด้านหลัง 305/30 ZR20 น้ำหนัก 1,380 กิโลกรัม (รถเปล่าไม่รวมน้ำมัน มาพร้อมรูปแบบน้ำหนักเบาให้เลือก) อัตราส่วนน้ำหนักรถต่อแรงม้า 522 แรงม้า/ตัน 0-62 MPH 2.85 วินาที (ตามคำกล่าวอ้าง) ความเร็วสูงสุด 211 mph (ตามคำกล่าวอ้าง) ราคา 278,850 ปอนด์ (ขายหมดแล้ว)

Share

Leave a Reply