SHOOTING BRAKE

‘BRAKE HORSEPOWER

1.Daytona อาจจะเป็นรถรุ่นที่เป็นที่รู้จักมากที่สุดรุ่นหนึ่งของ Ferrari Daytona คันนี้ได้ถูกทำขึ้นในกลางปี 70 ให้กับ Bob Gittleman นักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ เขาต้องการ Ferrari ที่แตกต่างออกไปกับคนอื่น เขาจึงไปหา Luigi Chinetti ผู้นำเข้ารถยนต์ Ferrari ของสหรัฐฯ เพื่อจะถามความเห็นและไอเดีย ลูกชายของ Chinetti หรือ Luigi Jr เสนอตัวด้วยไอเดีย รถ Daytona estate ที่เขาร่างแบบขึ้น หลังจากนั้น Chinetti ต้องหาคนที่จะมาทำโปรเจคให้สำเร็จ โชคเข้าข้างที่ พ่อลูก Chinetti ยังเป็นผู้นำเข้า Panther Westwinds แบรนด์รถยนต์ใน Surrey ของอังกฤษ ถูกขอให้มาช่วยดัดแปลงเจ้า Daytona เลขตัวถัง 15275 โปรเจคกินเวลาหลายเดือน จากภาพร่างคร่าวๆของสองพ่อลูก ในที่สุดปลายปี 1975 มันก็พร้อมจะออกวิ่งบนถนน แผนดังเดิมคือ จะวางเทอร์โบให้กับเครื่องยนต์เดิม เพื่อเพิ่มกำลังให้ถึง 600 แรงม้า และวิ่งได้ถึง 230 ไมล์ต่อชั่วโมง แต่ด้วยข้อจำกัดเรื่องทุน และอากาศพลศาสตร์ของรถที่ไม่ดีพอสำหรับความเร็วระดับนั้น เครื่องยนต์จึงไม่ได้ถูกดัดแปลงไปด้วย ในขณะที่ตัวถัง มีเพียงประตู หน้าต่าง และเสา A เท่านั้นที่ยังเป็นของเดิม และแน่นอนว่าสิ่งที่โดดเด่นที่สุดก็หนีไม่พ้นกระจกหลังที่เปิดออกแบบปีกนก

 

2. 250GT ‘Breadvan’ ปลายปี 1961 Enzo Ferrari ไล่ทีมงานคนสำคัญๆออกไปหลายคน เนื่องจากพวกเขาขัดแย้งเรื่องการทำงานแบบเผด็จการของ Enzo พวกเขาออกมาตั้งบริษัทรถยนต์ของตัวเองชื่อ ATS โดยมีผู้สนับสนุนคือ มหาเศรษฐี Count

Giovanni Volpi ผู้เป็นหนึ่งในลูกค้าที่สำคัญที่สุดของ Ferrari เขากำลังจะได้รับ 250 GTOs สองคันแรกที่ผลิตในปี 1962 ดีลได้ถูกยกเลิกเมื่อ Enzo พบว่าเขาคือผู้สนับสนุนหลักชอง ATS

Volpi ตอบโต้ด้วยการเรียก Giotto Bizzarrini วิศวกรและนักออกแบบผฝีมือเยี่ยม ที่เพิ่งถูก Enzo ไล่ออกมา Volpi เป็นเจ้าของ 1961 250 GT SWB (#2819GT) ที่ประสบความสำเร็จ เขาบอก Bizzarrini ให้ทำให้มันเอาชนะ GTO ให้ได้

เจ้า 250 มีเครื่องยนต์ที่มีประสิทธิภาพในระดับหนึ่งแล้ว ด้วย Engine head สไตล์ Testa Rossa วาวล์ไอดีไอเสีย ขนาดใหญ่ ท่อไอเสียที่ปรับจูนเฉพาะ Bizzarrini จึงขยับเครื่องยนต์ไปหลังฐานล้อคู่หน้า และติดตั้งระบบ Dry-dump เพื่อให้สามารถที่จะวางเครื่องให้ต่ำลง และลด center of gravity ของรถ

สิ่งที่น่าตื่นตามาที่สุดของรถกลับเป็นตัวถัง ออกแบบโดย Bizzarrini แต่ สร้างโดย Piero Drogo’s Carrozzerria Sports Cars ใน Modena การวางเครื่อง V12 ไปด้านหลังมาก ทำให้จมูกของรถสามารถอยู่ในตำแหน่งที่ต่ำมากได้ ในขณะเดียวกันระนาบหลังคาที่ต่ำก็กลืนไปกับ Kamm tail ด้านหลัง ทำให้มันได้ชื่อเล่นว่า Camionette โดยคนฝรั่งเศส และ Breadvan โดยคนอังกฤษ ด้วยการที่สร้างจากอลูมิเนียมที่บางที่สุด มันมีน้ำหนักน้อยกว่า GTO ถึง 200 ปอนด์

แต่นั้นก็ไม่เพียงพอที่จะชนะ เจ้า GTO ได้ จาก 5 ครั้งที่เข้าแข่งขัน Le Mans 24 Hours มีเพียงครั้งเดียวที่ได้ที่สอง และอีกครั้งที่สาม แต่ไม่สามารถวิ่งได้จบหลังผ่านไป 4 ชั่วโมงจากปัญหาเพลาขับ Volpi เก็บรถไว้อีกพักใหญ่และใช้เป็นรถประจำวัน ก่อนที่จะเอามันไปแลกไปกับ Dodge station wagon รุ่นใหม่ ในขณะนั้นมูลค่าของมันไม่พอกับราคาของ  Dodge ทำให้เขาต้องเพิ่มเงินเข้าไปอีก ซึ่งแน่นอนว่า มันจะไม่มีทางเกิดขึ้นถ้าเป็นทุกวันนี้

 

3. F355

ความเจ๋งของ Photoshop คือคุณสามารถสร้างอะไรก็ได้ตามความฝัน โดนไม่ต้องคำนึงถึงความเป็นไปได้ในโลกปแห่งความจริง คุณอยากได้รถกะบะ Ferrari ? ไม่มีปัญหา Dino 246 ตัวถังยาวลิมูซีน ? สบายมาก และอย่างที่นักออกแบบ Rain Prisk กำลังแสดงให้เราเห็น ถ้าคุณอยากได้ F355 ’brake, เขาจะทำให้คำขอของคุณเป็นจะเป็นจริง

ตอนที่ Prisk ได้ไอเดียเรื่อง F355 3 ประตูนั้น Ferrari กำลังผลิตรถ 3 ประตูของตัวเองอยู่เช่นกัน (Ferrari FF) ในขณะที่เจ้า FF ออกแบบเป็นเครื่องวางหน้าเพื่อให้มีพื้นที่ และที่นั่งด้านหลัง F355 กลับเป็นเครื่องวางกลาง สุดท้ายไม่ว่า Prisk จะวางแผนที่จะออกแบบใหม่ หรือ ยอมให้มีพื้นที่จำกัด รถของเขาก็ยังดูดีจริงๆ

 

4. 212 Shooting brake Ferrari คันแรกที่ถูกดัดแปลงให้เป็น Shooting brake แทบจะไม่มีใครรู้เลยว่าบริษัท Carrozzerria Fontana ใน Padua ดัดแปลงเจ้า 212 (#0086E) ในปี 1951 ให้กับทีม Scuderia Marzotto เพื่อเป็นรถสนับสนุน ในการแข่งขัน Carrera Panamericana ด้วยเครื่อง 2562 ซีซี V12 จับคู่กับเกียร์ 5 สปีด มันถูกดัดแปลงตัวถังอีกครั้งในปี 1952 ให้เป็น Roadster และได้รับรางวัลในงาน Giro di Sicilia and Mille Miglia ในปีนั้น

 

5. FF 365 ในช่วงปี 1960 Willy Felber ตั้งตัวแทนจำหน่ายรถขึ้นใน Morges ริมทะเลสาบ Geneva เพื่อขายรถ Ferrari และRolls-Royce ในปี 1974 เขาสร้างรถroadster ของเขาเองโดยใช้พื้นฐานจาก Ferrari ในชื่อ FF และได้เปิดตัวครั้งแรกในงาน Geneva salon ปีนั้น ถีงแม้รถจะถูกขายในนาม Felber แต่จริงๆแล้วมันถูกสร้างโดย Panther Westwinds รถตัวอย่างประมาณ 12 คันได้ถูกสร้างขึ้นและขายไป และนี่คือรูปแบบที่ถูกนำไป ดัดแปลง 365 GTC/4 (#16017) ให้เป็น Shooting brake ในชื่อ FF 365 มันปรากฏตัวครั้งแรกในงาน Geneva Salon ปี 1977 แต่มีเพียงแค่สองคันเท่านั้นที่ได้ถูกสร้างออกมา

 

6. 330GT 2+2 ’brake มันอาจจะเป็นแค่เกร็ดในประวัติศาสตร์ แต่คุณคงไม่สามารถแต่จะมองข้าม Vignale

330GT 2+2 shooting brake ได้แน่นอน Ferrari คันสุดท้ายที่ถูกดัดแปลงโดย Alfredo Vignale ก่อนทที่เขาเสียชีวิตจากอุบัติเหตุรถยนต์ในปี 1969 330GT 2+2 shooting brake สร้างขึ้นบนตัวถัง #07963 และเป็นหนึ่งใน 3 คันพิเศษ ที่จดทะเบียนโดย ผู้นำเข้า US Ferrari Luigi Chinetti and และลูกของเขา son Luigi Jr (หรือ Coco) เขายังเป็นเจ้าของแนวคิดที่จะใช้เฉพาะหน้าต่าง และบางส่วนของประตู ของรุ่น 4 ลิตร V12 coupé รถได้ถูกเปิดตัวในงานTurin salon ปี 1968 และต่อมาได้ถูกซื้อโดย Jay Kay จาก Gooding & Co ในราคา 907,000 เหรียญสหรัฐในปี 2017 อาจจะกล่าวได้ว่ามันเป็น Ferrari ที่ใช้งานในชีวิตประจำวันได้จริงที่สุดเท่าที่มีมา แต่ไม่ใช่ที่สวยที่สุดแน่นอน

 

7. 612 Scaglietti บริษัทดัชท์ Vandenbrink เปิดตัวแบบร่างของ 612 Scaglietti shooting break (sic)  มากว่าทศวรรษ และยังโอกาสที่จะได้สร้างอยู่ถึงทุกวันนี้ อาจจะเป็นเพราะว่าราคาค่าดัดแปลงสูงถึง 140,000 ปอนด์ มากกว่าราคาพื้นฐานของรถ ที่ 183,000 ปอนด์ ถังนี้ยังไม่รวมราคาการเพิ่มประสิทธิภาพ

 

8. 365 GT 2+2 มันคือรถที่ต่อมาจะกลายเป็น 400i และ 412 ทั้งคู่เริ่มต้นจาก 365GT 2+2 และเครื่อง V12 วางหน้าของมัน ที่เป็นพื้นฐานให้ Willy Felber’s ทลาเข้าไปในเขตแดนของรถ shooting brake มันถูกเรียกว่า Croisette สร้างบนตัวถัง #18255 ข้อมูลของมันไม่ได้ถูกบันทึกอย่างชัดเจน เราจึงไม่รู้เลยว่าถึงตอนนี้มันยังหลงเหลืออยู่รึเปล่า มันเหมือนจะถูกสร้างช่วงต้นปี 1980 สิ่งที่เรารู้คือ เสา C ของมันไม่ได้แข็งแรง เจ้า Croisette จึงไม่ได้น่าตามหา เพียงแต่รู้ว่ามันมีตัวตนอยู่เท่านั้น

 

9. 456 สุลต่านบรูไน เป็นลูกค้าคนสำคัญของบริษัทรถยนต์เล็กใหญ่มากมาย เขาชอบที่จะเป็นเจ้าของอะไรที่คนอื่นไม่มี ว่ากันว่าเขามีรถในคอลเลคชั่นถึง 3000 คัน และในนั้นมี 456 ‘Venezias’ ที่ถูกดัดแปลงเป็น Saloon, Estate และ cabriolets โดย Pininfarina  ด้วยพื้นฐานจาก 456 GTA รถ 5 ประตู estate ถูกขยายฐานล้อออกไปอีก 200 มิลลิเมตร เพื่อให้สมส่วนกับการเป็นรถสี่ประตู สิ่งเดียวที่ถูกยกมาคือ ฝากระโปรงหน้า เครื่องยนต์โรงงาน 442 แรงม้า 5.5 ลิตร V12 ถูกจับคู่กับ เกียร์อัตโนมัติ สี่ สปีด และระบบส่งกำลังของ Porsche 928 มันได้ถูกสร้างขึ้นมา 7 คัน โดย 6 คันได้ถูกเก็บไว้ในโรงจอดรถของสุลต่าน

 

10. Lancia Thema 8.32 ประธานบริษัท Fiat Giannia Agnelli เป็นคนที่โชคดีมาก เพราะนอกจาก Drop-top Lancia Delta Integrale และ Ferrari Testarossa เปิดประทุนแล้วนั้น Pininfarina ยังสร้าง Lancia Thema 8.32 estate คันเดียวในโลก ให้กับเขา มันอาจจะไม่ได้ติดตราม้าลำพอง แต่มันมีหัวใจ ของ 215 แรงม้า ของ Ferrari 328 GTB Giannia Agnelli เก็บมันไว้จนถึงปี 1995 เรารู้ว่าอย่างน้อยมี 8.32 estate อีกคันที่สร้างขึ้นมา จาก Themas ทั้งหมด 4 คัน หนึ่งคันคือ estate อีกคันคือ 8.32  ส่วนอีกสองคันเราไม่มีข้อมูล O

 

 


บทความแปลโดย Papop K.
นิตยสาร Enzo ฉบับที่ 4

Share

Leave a Reply