SP38 คือรถคันล่าสุดในอนุกรม Special Project ของ Ferrari

SP38 คือรถคันล่าสุดในอนุกรม Special Project ของ Ferrari ที่สร้างขึ้นจากพื้นฐานของรถเวอร์ชันผลิตจริงเพื่อเหล่าเศรษฐีนักสะสม

เวลาที่คุณต้องการ Ferrari สักคัน แต่คุณก็ต้องการเป็นจุดเด่นเมื่ออยู่กลางวง Ferrari ด้วย (ราวกับนั่นมันไม่เด่นเลยสักนิด) คุณจะต้องยกหูโทรศัพท์ไปหาใคร?  Special Projects คือคำตอบ นี่คือแผนกที่ Ferrari ก่อตั้งขึ้นมาเมื่อหนึ่งทศวรรษก่อนเพื่อเปิดโอกาสให้ลูกค้าออกแบบรถของพวกเขาเองได้ และถ้าให้วัดผลลัพธ์จากรถที่เปิดเผยสู่สาธารณะมาก่อนหน้านี้แล้ว มันก็น่าสนใจใช่ย่อยทีเดียว

รถคันล่าสุดมีชื่อว่า SP38 ซึ่งใช้ 488 เป็นพื้นฐาน และมันก็เหมือนกับรถ One-off สุดหล่อคันอื่นๆ ที่หน้าตาของมันดูเหมือนกับว่านี่อาจจะเป็นรถคอนเซปต์จาก Ferrari ก่อนที่พวกเขาจะสรุปแบบสุดท้ายเป็น 488 ที่รู้จักกันในตอนนี้ก็ได้ มันมีกลิ่นอายของ Lancia Stratos อยู่ แต่คนออกแบบบอกว่ามันได้แรงบันดาลใจมาจาก F40 สังเกตได้จากสปอยเลอร์ทรงเตี้ยหน้าตาเหมือนห่วงที่ท้ายรถ

แผนก Special Projects ริเริ่มขึ้นจากคำขอร้องของนักสะสมชาวญี่ปุ่นที่ชื่อ Junichiro Hiramatsu ซึ่งเป็นแฟนผลงานรถคอนเซปต์ที่สร้างจาก Ferrari ของสำนัก Fioravanti ในปี 1998 เขาจึงติดต่อ Ferrari เข้ามาเพื่อจะลองดูว่าเขาสามารถสั่งผลิตรถพิเศษที่มีคันเดียวในโลกได้ไหม ผลก็คือ SP1 ที่สร้างบนพื้นฐาน F430 ซึ่งยังคงฝาครอบเครื่องเรือนกระจกกับโครงสร้างอะลูมิเนียมเอาไว้ แต่ตัวถังภายนอกถูกดีไซน์และสร้างขึ้นใหม่ด้วยคาร์บอนไฟเบอร์

หลังจากนั้น มันก็กลายมาเป็นโปรแกรมที่ตอนแรกใช้ชื่อว่า ‘Portfolio’ Ferrari อนุมัติสำนักออกแบบสามราย Fioravanti, Zagato และ Pininfarina ให้มีสิทธิเข้าร่วมสร้างรถในโปรแกรมนี้ โดยพวกมันจะสามารถติดตรา Ferrari ได้อย่างเป็นทางการ

เราไม่มีโอกาสได้เห็นผลงานที่ถูกสร้างขึ้นมาจนครบทุกคัน ซึ่งน่าจะอยู่ที่ประมาณ 1-2 คันต่อปี บางคันที่น่าสนใจก็อย่างเช่น พวกรถที่เอารถรุ่นใหม่มาปรับปรุงหน้าตาให้กลับไปดูคลาสสิคย้อนยุค อย่างในปี 2012 ที่ Ferrari เผยโฉม SP12 EC ซึ่งตัวอักษรย่อต่อท้ายนั้นนำมาจากชื่อของนักกีตาร์ในตำนานและสาวก Ferrari อันแสนยาวนานอย่าง Eric Clapton

เขาเลือก 458 Italia เป็นฐาน และนำสไตล์การออกแบบจาก Berlinetta Boxer ซึ่งเคยอยู่ในอาณัติของเขามาหลายคันในช่วงหลายปีที่ผ่านมา มาใส่ลงไป จุดที่มีความเชื่อมโยงมากที่สุดคือท้ายรถแบบ Clamshell และตัวถังครึ่งล่างสีดำด้าน ว่ากันว่า SP12 ใช้ต้นทุนสร้างสูงถึง 4.7 ล้านดอลลาร์

รถ One-off ที่แรงบันดาลใจอย่างแรงกล้าอีกรุ่นก็คือ SP275 rw competizione ปี 2016 ซึ่งนำดีไซน์ของ 275 GTB รุ่นดังในตำนานมาใช้อย่างชัดเจน มันใช้ F12 เป็นพื้นฐาน และออกแบบตัวถังโดยการทำงานร่วมกันระหว่างทีม Ferrari Styling Centre กับ Pininfarina เครื่องยนต์เป็น V12 ตัวแรง 769 แรงม้า จาก TdF และตัวรถมีการนำครีบสไตล์เดียวกับฝากระโปรงของ GTB มาใช้ทั่วคัน รวมถึงสีตัวถังที่อ้างอิงจาก Ecurie Francorchamps ที่รถ 275 สีเหลืองสดของทีมเบลเยี่ยมคว้าอันดับสามได้ในการแข่ง Le Mans ปี 1965 และล็อกอันดับ 1-2-3 ให้ Ferrari ได้สำเร็จ

รถคันอื่นๆ ที่เคยเปิดผ้าคลุมออกมาเป็นรถที่ใช้ดีไซน์ซึ่ง Ferrari อาจจะขายลำบาก ถ้านำไปขึ้นสายพานการผลิตจริง เช่น F12 TRS ตัวถังสไตล์สปีดสเตอร์ (2014) ซึ่งคือ Berlinetta เวอร์ชันหั่นกระจกเปิดหลังคา ซึ่งมีเงาของงานออกแบบจาก 250 Testarossa อยู่ แต่ความแตกต่างจากรถจากแผนก Special Projects คันอื่นๆ ก็คือมันถูกผลิตและส่งมอบไปแล้วสองหรืออาจจะสามคัน

รถที่ดูจะต้องตาต้องใจคนกลุ่มใหญ่หน่อยก็คือ P450 Superfast Aperta และ Superamerica 45 โดย Aperta นั้นใช้พื้นฐานของ 599 และเป็นรถคันที่สองจากแผนก Special Projects ซึ่งกำเนิดขึ้นจากจินตนาการของ Edward Walson บุตรชายของบุรุษผู้คิดค้นเคเบิลทีวี ส่วน Superamerica 45 นั้นสร้างขึ้นมาสำหรับ Peter Kalikow นักสะสมในนิวยอร์คที่ซื้อ Ferrari คันแรกของเขาเมื่อ 45 ปีก่อน โดยมันจะมีชิ้นส่วนแอโรไดนามิกส์ ซึ่งผ่านการพัฒนาจากอุโมงค์ลมของ Ferrari มากเป็นพิเศษ

Share

ใส่ความเห็น