Stefan Marjoram (artist) – A challenging brief

A challenging brief

ด้วยดวงตาของนักวาด มือที่มั่นคงและเครื่องไอแพดที่ชาร์จแบตมาเต็มพิกัด Stefan Marjoram เดินทางไปทั่วประเทศในภาระกิจสเก็ตช์ภาพรถในรายการ 2019 Ferrari Challenge UK

Stefan Marjoram ถ่อมตัวในความสามารถของเขาอย่างมาก และใจดีเกินในการประเมินความสามารถของผม ‘ใช้เวลาแค่ชั่วโมงเดียวกับคนที่รู้ว่ามันทำอะไรได้บ้าง คุณก็จะทำได้คล่อง’ เขาพูดถึงโปรแกรม Procreate เป็นแอปสำหรับวาดรูปในไอแพด ผมไม่ค่อยอินกับความเชื่อมั่นของเขาเท่าไหร่ อุปกรณ์วาดรูปที่ล้ำหน้าที่สุดที่ผมเคยใช้คือกระดานวาดรูป Etch A Sketch ซึ่งผมต้องใช้เวลามากกว่าหนึ่งชั่วโมงกว่าจะรู้ว่าอะไรทำอย่างไร แต่แน่นอนว่าผมเข้าใจถึงคุณประโยชน์ของชุดดิจิทัลอาร์ตของ Stefan

‘แอปนี้โดยพื้นฐานแล้วเป็นฉบับย่อของโฟโต้ช้อป ออกแบบมาสำหรับการวาดภาพโดยเฉพาะ ผมสามารถพกพาไอแพดของผมและออกไปทำทุกสิ่งทุกอย่างที่ผมเคยทำได้บนคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะโดยมีแท็บเล็ตกราฟฟิกแยกต่างหากอีกตัว และประสบการณ์ของการสเก็ตช์ภาพบนจอไม่ได้ยากและแปลกประหลาดอย่างที่คุณคิด ปากกาสไตลัสตอบสนองอย่างเป็นธรรมชาติต่อแรงกด เหมือนกับดินสอและปากกาของจริง อย่างมาก’

การใช้เทคโนโลยีมีประโยชน์เพิ่มขึ้นอย่างหนึ่ง เป็นสิ่งที่ช่วยเพิ่มมิติใหม่ให้กับ ศิลปะยานยนต์ ของ Stefan คือมันทำให้ศิลปินสร้างวิดิโอภาพ time-lapse ในผลงานของพวกเขาได้ คุณคงจะจำภาพวาดเสมือนจริงอภิสัจนิยมของดารามอร์แกน ฟรีแมน ที่ส่งต่อกันทางออนไลน์ได้ เป็นภาพที่มีคลิปวิดิโอแนบมาด้วยเป็นการจับภาพการตวัดฝีแปรงทั้งหมดจำนวน 285,000 ครั้ง เป็นภาพที่วาดด้วยโปรแกรม Procreate

ในปี 2017 Jason Harris คนที่ดูแลแผนกพีอาร์ให้กับ Ferrari ในเขตยุโรปเหนือ เชิญ Stefan ไปวาดภาพรถที่ปรากฏตัวในงาน Goodwood Festival of Speed ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมการเฉลิมฉลองการครบรอบ 70 ปีของแบรนด์ ‘สิ่งที่ Ferrari ต้องการจริง ๆ คือวิดิโอ time-lapse’ Stefan ย้อนให้ฟัง ‘ผมพยายามวาดรถหนึ่งคันจากแต่ละทศวรรษ ตั้งแต่ 125 S ไปจนถึง 812 Superfast’

ชิ้นงานที่เสร็จแล้วมีลักษณะเฉพาะตัวของเขา วาดขึ้นอย่างรวดเร็วจากการเฝ้าดูอย่างละเอียดละออ เปี่ยมด้วยพลัง ซึ่งไม่ค่อยเห็นในงานศิลปะประเภทที่ผลิตขึ้นอย่างน่าเบื่อและแสดงตัวตนได้อย่างน่าประหลาดใจ ภูมิหลังของ Stefan รวมทั้งช่วงเวลาหนึ่งในการทำงานพัฒนาตัวละครที่ Aardman Animations และพรสรรค์ในตัวที่ไม่ธรรมดาในการถ่ายทอดบุคลิกของรถที่เขาวาด

วิดิโอประกอบที่ทำขึ้นมา ทำได้อย่างน่าดูน่าชม ในบางตอนเริ่มต้นแสดงภาพแบบ perspective grid ให้ความรู้สึกเหมือนคุณกำลังจะได้เห็นนักมายากลเผยความลับของกลเชือก แต่แล้วในทันทีทันใดรูปร่างที่ต่างกันและเส้นสายคร่าว ๆ ก็รวมตัวกันกลายเป็นรูปร่างที่คุ้นเคย ทำให้คุณต้องรีบมองหาปุ่มย้อนกลับในทันที

‘มันมีวิธีในการทำ ถ้าคุณมองดูอย่างเช่น Bugatti เก่าคันหนึ่ง คุณวาดเหมือนกับกำลังสร้างมันขึ้นมา เพลาสองข้าง ตามด้วยรางแชสซี และต่อไปเรื่อย ๆ รถสมัยใหม่ไม่เหมือนกัน สิ่งที่คุณเห็นคือเปลือกโครงที่มีการเปลี่ยนไปหลายทิศทาง แต่ยังคงเริ่มที่เพลาหรือเส้นที่ชี้ว่ามันน่าจะอยู่ตรงไหนถ้ามันเห็นได้ หลังจากนั้นคุณก็เพิ่มวงรีทั้ง 4 ชึ่งจะทำให้คุณเห็นว่าสัดส่วนถูกต้องหรือไม่

‘ผมเคยทิ้งล้อเอาไว้สำหรับวาดเป็นส่วนสุดท้ายเพราะค่อนข้างกลัว ปัญหาในเรื่องนี้ก็คือตอนคุณกำลังวาดบนกระดาษ และแล้วคุณอาจจะเข้าใจผิดและพบว่าคุณได้ทำให้ภาพวาดดี ๆ เสียไป’

‘ผมใช้วัดดูด้วยดินสอหรือปากกาก่อนพอสมควร ภาพล้อเลียนของศิลปินที่ปิดตาข้างหนึ่งและแลบลิ้นออกมา ช่วยได้ เพราะสมองและตาของคุณบางทีบอกสิ่งที่แตกต่างกัน อย่างเช่นสมองของคุณพยายามที่จะชักจูงให้คุณวาดด้านข้างรถให้ยาวและหน้ารถแคบ แต่ก็ขึ้นอยู่กับทัศนมิติของคุณซึ่งอาจจะผิดทั้งหมดได้’

แม้จะเป็นความจริงที่ว่าเขาฝึกฝนเทคนิกความชำนาญในการวาดภาพมาเป็นทศวรรษแล้วก็ตาม แต่มันยังน่าตื่นใจที่ได้เห็น Stefan สามารถตรึงสัดส่วนในสิ่งที่ทำได้เร็วขนาดนั้น โดยเฉลี่ยแล้วภาพวาดของเขาใช้เวลาหนึ่งชั่วโมง ซึ่งความสามารถของเขาในการทำจำนวนมาก ๆ ได้ในเวลาอันสั้นได้รับการพิสูจน์ในปีนี้ในอีกภารกิจหนึ่งจากการมอบหมายงานของ Ferrari

ตลอดปี 2019 เขาคลุกอยู่ที่ pit ของ Ferrari ในรายการแข่ง Ferrari Challenge UK มีไอแพดอยู่บนมือและช่วงเวลาตลอดฤดูการแข่งขัน เขาได้วาด 488 ในสเปกเพื่อการแข่งที่กำลังเร่งเครื่องอยู่บน Grid จำนวน 20 คันทุกคัน รวมทั้ง 812 เซฟตี้คาร์ที่ทำงานอย่างแข็งขันด้วยเพื่อความสมบูรณ์ ‘มันเป็นความสนุกที่จะวาดรูปทรงที่มีพลวัตและชุดเครื่องแบบสีสดใส และด้วยไอแพด คุณกล้าที่จะเล่นสีสันได้และถ้ามันไม่ได้เรื่องก็แค่กดปุ่ม undo แต่ใช่ที่ว่าคุณต้องทำงานให้เร็วในสภาพแวดล้อมแบบนั้น มันยุ่งวุ่นวายที่ pit และรถก็ไม่ได้จอดอยู่นาน ดังนั้นจึงเป็นเรี่องสำคัญที่ต้องวาดเส้นสายหลัก ๆ ให้แม่นยำเมื่อโอกาสเปิดให้ทำ

‘คุณไม่จำเป็นต้องวาดทุกลายละเอียดอยู่แล้ว ผู้คนทั้งหลายชอบจะมีอะไรทำเมื่อมองดูชิ้นงานศิลปะซักซิ้นหนึ่งสมองจะช่วยเติมเต็มช่องว่างในรูปภาพให้เอง ผมคิดว่าอันนี้คือเหตุผลที่คนโดยทั่ว ๆ ไปจะมีความประทับใจ มากกว่า จะไปตื่นเต้นกับการวาดที่เหมือนภาพถ่ายเปะ ซึ่งไม่มีอะไรเหลือหรอให้สมองทำงาน’

นักแข่งและสมาชิกร่วมทีมอาจจะแอบส่องดูงานของเขา ทุกครั้งที่ว่าง และ Stefan บอกว่าเขายินดีที่จะให้คนแอบมองภาพจากด้านหลัง คนทั่วไปเจอะเจอตัวเขาได้ในงานแสดงรถและการประชุมงานแข่ง และภาพวาดของเขาเป็นรูปเป็นร่างเร็วขนาดที่คนเดินผ่านไปมาจะหยุดรอดูจนเขาทำชิ้นงานจนเสร็จสมบูรณ์

 

‘ผมชอบแบบนั้น เมื่อภาพสเกตช์ไปได้ดี จะมีเด็กกับผู้ปกครองมาดูผมทำงานค่อนข้างบ่อย และผมชอบบอกให้เด็กวาดภาพไปเรื่อย ๆ ถ้าเขาสนุกกันมัน เพราะว่ามันจะนำไปสู่การงานอาชีพที่น่าอัศจรรย์ได้หลากหลายทีเดียว’

 

อย่าง Stefan ได้เรียนรู้มา โดยหลังจากที่เขาเรียนจบจาก Farnham College of Art และได้ประกาศนียบัตรวิชา Animation เมื่อย้อนหลังไปในปี 1992 ตอนนั้นเขาทำงานหาเงินในอุตสาหกรรมแอนิเมชัน ก่อนจะย้ายไป Aardman อย่างที่เกริ่นตอนแรก ว่าเป็นสตูดิโอ ที่รับงานทำภาพยนตร์ให้กับ Wallace & Gromit ‘ผมทำงานอยู่ที่นั่น 10 ปี ตอนแรกเป็นภาพวาดแอนิเมชันทั้งหมด ซึ่งหมายความว่าผมทำงานวาดภาพอย่างเยอะในชีวิตการทำงานของผม เพราะการทำฟุตเทจต้องใช้ 12 เฟรมภาพต่อหนึ่งวินาที’

 

ช่วงเวลาว่างในตอนนั้น Stefan เริ่มถ่ายภาพรถและงานกิจกรรมอย่างเช่น Le Mans Classic แต่เขารู้สึกว่าพลาดอะไรไปบางอย่างตอนที่ต้องคอยแต่จ้องผ่านช่องมองกล้องอย่างเดียว ‘ผมเข้าไม่ถึงบรรยากาศโดยรอบดังนั้น ผมจึงทิ้งกล้องไว้ที่บ้านและเริ่มวาดภาพรถแทน

 

‘รู้สึกว่าไม่ใช่งานหนักเลย และมันให้สิ่งตอบแทนในหลายทาง เพราะว่าการวาดภาพกว่าจะเป็นรูปร่างใช้เวลานานกว่าภาพถ่าย คุณอาจจะประหลาดใจบ้างและมันไม่ได้เกิดขึ้นบ่อย แต่บางครั้งบางคราว เมื่อคุณไม่ต้องคิดมากเกินไปในสิ่งที่คุณกำลังทำ และเมื่อคุณสามารถหยุดก่อนที่จะทำมากเกินไป มันจะจบลงด้วยภาพวาดที่ไม่ค่อยเหมือนกับที่ตั้งใจไว้แต่แรกและดีกว่าด้วย’

 

เมื่อนึกถึงอดีต มันน่าแปลกใจที่ใช้เวลานานกว่า Stefan จะเริ่มแต้มเติม sketchpad ของเขาด้วย Ferrari และ Bugatti และ เครื่องยนต์สำหรับแข่งและแต่งซิ่ง ‘จริง ๆ แล้วผมอยากจะเป็นคนออกแบบรถตอนที่เรียนอยู่’ เขาเผยความลับ ‘แต่พ่อแม่ผม ซึ่งท่านก็คงไม่รู้เหมือนกัน บอกผมว่าการเป็นนักออกแบบรถจะต้องเก่งคณิตศาสตร์ ซึ่งผมไม่เก่งเลย’

 

เหมือนกับพวกที่ชอบรถยนต์อีกหลายคน เขาได้รับการปลูกฝังความนิยมชมชอบมาจากคนรุ่นปู่ซึ่งคนหนึ่งทำงานเป็นช่างให้กับ Cooper และต่อที่ John Coombs ฯลฯ และอีกคนที่มาจากฝั่งสายเลือดเยอรมันของครอบครัว ที่ได้ถ่ายรูปการแข่งรถที่ดุเดือดระหว่างค่าย Mercedes และค่าย Auto Union ช่วงก่อนสงคราม

 

‘คนที่มาจากฝั่งอังกฤษมีโรงซ่อมรถและปั๊มน้ำมัน ตอนที่ผมมาที่นี่ สิ่งหนึ่งที่ชอบทำที่สุดตอนนี้คือนั่งเงียบ ๆ ตรงที่มุมของเวิร์กช้อปของเพื่อนชื่อ Duncan และวาดรูป และสิ่งนั้นจะต้องเป็นส่วนหนึ่งแน่ ๆ เพราะมันเตือนให้ผมคิดถึงบ้านของปู่คนที่อยู่ Norfolk’

 

‘Duncan’ ก็คือ Duncan Pittaway นักฟื้นฟูบูรณะของดี ๆ ที่ทำอย่างต่อเนื่อง และเป็นเจ้าของ Fiat S76 1910 คันที่ทำลายสถิติความเร็วจนได้รับฉายาว่า Beast of Turin เป็นคันที่ Stefan บันทึกการฟื้นฟูรถที่ใช้เวลานานด้วยดินสอและสีน้ำ ไอแพดและกล้อง และยอมรับว่าเขาได้หลงไหลในเครื่องจักรเครื่องยนต์ในยุคของกษัตริย์ Edward ‘มันเต็มไปด้วยเอกลักษณ์และในส่วนของวิศวกรรมซึ่งบ่อยครั้งที่เหมือนกับบ้าไปเลย อย่างเห็นได้ชัด’

 

ในฐานะเป็นคนหนุ่ม แม้ว่าภาพรถยนต์ติดโชว์ข้างฝาจะเป็นพวกที่มีการออกแบบที่ล้ำหน้าแต่ ‘รถที่ผมชอบจริง ๆ เป็นพวกที่อยู่ในแนวคิดของรุ่นปลายทศวรรษ 60 และต้น 70 อย่าง Stratos Zero Alfa Romeo Carabo หรือ Ferrari Modulo…’

 

จากความตื่นเต้นในน้ำเสียงของเขา ทำให้เห็นชัดว่าของในนิยายวิทยาศาสตร์เหล่านั้น ยังคงสร้างความประทับใจแม้หลายปีผ่านมา เหมือนกับงานของ Bob Freeman ผู้ยิ่งใหญ่ คนที่สร้างผลงานมาสเตอร์พีชด้วยดินสอและสีน้ำให้กับ Supercar Classics ‘ภาพประกอบของเขาลงละเอียดอย่างน่าอัศจรรย์แต่ไม่เคยแข็งทื่อแบบเดียวกับภาพเขียนแบบทางเทคนิก สีน้ำทำให้ทุกสิ่งทุกอย่างมีชีวิตขึ้นมา

 

‘บางครั้ง มีคนพูดถึงเขาตอนที่เห็นงานของผม แต่งานของผมไม่เข้าใกล้ความสำเร็จของเขาเลย และคงไม่มีหวังที่จะไปเลียนแบบงานของเขาได้’ ผมไม่อยากเข้าไปอยู่ในวงข้อถกเถียง ในเรื่องการบังคับให้ใครซักคนให้ยอมรับคำชม ดังนั้นผมจึงไม่พูดอะไร แต่ผมพูดกับตัวเองว่า นี่แหละคือสิ่งที่ศิลปินยานยนต์คนอื่น ๆ พูดถึง Stefan Marjoram

 

Share

Leave a Reply