Wild thing! FXX K Evo

FXX K Evoluzione 1,036 แรงม้าพร้อมชุดแอโร่พาร์ทใหม่และน้ำหนักที่น้อยลง

ในปี .. 2014 ที่สนามแข่งความเร็ว YAS MARINA ใน Abu Dhabi เมืองหลวงของสหรัฐอาหรับอามิเรต Marc Gene’ อดีตนักขับรถทดสอบของทีมแข่ง Ferrari และอดีตแชมป์ Le Mans ได้พูดถึงความตื่นเต้นประทับใจที่มีต่อ Ferrari FXX K รถที่สร้างขึ้นมาเพื่อการวิ่งในสนามแข่งขันโดยเฉพาะที่ต่อยอดพัฒนาขึ้นมาจาก Ferrari LaFerrari ที่มีแรงม้าสูงสุดถึง 1,036 แรงม้าและเป็นซูเปอร์คาร์ลำดับที่ 3 ที่ถือกำเนิดขึ้นจากโปรแกรม Ferrari XX ว่าเขาไม่อยากจะเชื่อเลยว่าจะมีรถที่ยอดเยี่ยมทรงพลังอย่างนี้ซึ่งจากประสบการณ์ที่เขาได้มาจากการแข่ง F1 และ LMP1 ยืนยันได้ว่า FXX K คือรถแข่งในระดับเดียวกันนั้นอย่างแน่นอนอย่างไรก็ตามเขาให้ความคิดเห็นด้วยว่าจากความยอดเยี่ยมของ Ferrari XX จึงเป็นเรื่องที่ยากมาก ที่จะพัฒนาต่อเนื่องไปอีกระดับหนึ่งเพื่อให้เป็น FXX K Evo

อย่างไรก็ตามคำว่าเป็นไปไม่ได้คงไม่มีการบัญญัติไว้ในคติการทำงานของทีมงานใน Maranello เพราะเพียง 3 ปีให้หลังในงาน Autosport International ที่จัดขึ้นที่ NEC ในเมืองเบอร์มิงแฮม ประเทศอังกฤษ Ferrari FXX K Evo(Evoluzione) ก็ได้ปรากฏโฉมขึ้นเป็นครั้งแรก ซึ่งเห็นได้อย่างชัดเจนว่ารายละเอียดทางด้านกลศาสตร์แทบจะไม่แตกต่างไปจาก Ferrari FXX K  เช่นเดียวกับพละกำลังแรงม้า 1,036 แรงม้าที่ยังคงถ่ายทอดออกมาจากเครื่องยนต์ V12 และชุดส่งกำลัง KERS แต่สิ่งที่ทีมงานของ Ferrari ให้ความสำคัญเป็นพิเศษเพื่อทำให้ซูเปอร์คาร์ที่สร้างขึ้นมาเพื่อใช้ในสนามแข่งขันโดยเฉพาะคันนี้มีความรวดเร็วว่องไวมากขึ้นคือการเลือกใช้วัสดุที่มีน้ำหนักเบาขึ้นเพื่อทำให้น้ำหนักตัวรถลดน้อยลงและชุดแพ็คเกจแอโร่ไดนามิคซึ่งความสำเร็จและการบรรลุถึงวัตถุประสงค์นี้เป็นผลมาจากการศึกษาค้นคว้าและการทดสอบทางด้านอากาศพลศาสตร์ทั้งด้วยโปรแกรม CFD และการทดสอบในอุโมงค์ลมรวมไปถึงการทดสอบในสนามแข่งที่คิดเป็นระยะทางรวมรวมประมาณ 20,000 กิโลเมตร

และเช่นเดียวกับซูเปอร์คาร์รุ่นอื่นที่เป็นผลผลิตจาก XX Programme  ของ Ferrari, FXX K Evo ไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อการใช้บนถนนทั่วไปหรือสำหรับการแข่งขันแต่เป็นรถยนต์ที่เป็นเสมือนห้องทดลองเคลื่อนที่ที่ใช้สนามแข่งขันความเร็วเป็นสถานที่ปฏิบัติการเท่านั้นโดยจะมีผู้ใช้รถ Ferrari จำนวนหนึ่งที่อาจกล่าวได้ว่าเป็นผู้โชคดีที่สุดได้รับเกียรติให้เข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งกับการค้นคว้าและพัฒนาร่วมกับทีมงานของ Ferrari

ประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในการนำวัสดุคาร์บอนไฟเบอร์มาเป็นวัตถุดิบในการผลิตชิ้นส่วนประกอบของทีมแข่ง F1 ถูกนำมาใช้เพื่อทำให้ FXX K Evo มีน้ำหนักตัวรถเปล่าที่ลดต่ำลงกว่า FXX K อย่างไรก็ตามนอกจากการแนะนำชิ้นส่วนประกอบใหม่ เช่นปีกหลังชนิดติดตายตัวและเสาค้ำกลางฝากระโปรงหลังแล้วทีมงาน Ferrari ไม่ได้เปิดเผยถึงน้ำหนักตัวรถที่แท้จริงของ FXX K Evo อยู่ที่กิโลกรัม(FXX K น้ำหนักตัวรถเปล่า 1,165 กิโลกรัม) ขณะที่ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับชุดแอโร่พาร์ทมีประโยชน์อย่างมากในการทำให้เกิดแรงกดบนตัวรถโดยความเปลี่ยนแปลงที่เห็นได้ชัดเจนที่สุดเป็นชุดสปอยเลอร์หลัง 2 ชั้นเต็มความกว้างของตัวรถด้านหลังแบบใหม่ที่ทำงานร่วมกับระบบ active rear spoiler ช่วยให้เกิดแรงกดสูงถึง 830 กิโลกรัมเมื่อใช้ความเร็วสูงสุดซึ่งเทียบกับ FXX K แล้วเป็นแรงกดที่เพิ่มขึ้น 23% และเพิ่มสูงขึ้นถึง 75% เมื่อเทียบกับ Ferrari LaFerrari

การปรับปรุงเปลี่ยนแปลงทางด้านแอโร่พาร์ทที่ด้านหลังยังประกอบด้วยการใช้ครีบจัดระเบียบอากาศ 3 ชิ้นที่ด้านข้างของเสากลางหลังฝากระโปรงหลังเพื่อช่วยในการจัดระเบียบการไหลของอากาศร้อนที่ออกมาจากห้องเครื่องยนต์, การขยายช่องระบายอากาศด้านหลังซุ้มล้อหลังให้ใหญ่ขึ้นเพื่อให้มั่นใจว่าคลื่นอากาศที่เคลื่อนที่มาจากล้อคู่หลังจะไม่ส่งผลให้อากาศที่ไหลผ่านแผงดิฟฟุสเซอร์มีการแปรปรวนอีกทั้งยังช่วยเพิ่มแรงกดให้มากขึ้นได้อีกประมาณ 5%

สำหรับการทำให้เกิดความสมดุลสูงสุดทำให้ต้องปรับรูปแบบของสปอยเลอร์หน้าให้แตกต่างไปจาก Ferrari FXX K โดยเฉพาะมุมด้านหน้าโดยการเพิ่มช่องดักอากาศด้านหน้าซุ้มล้อคู่หน้า, ช่องดักอากาศแนวนอนบนฝากระโปรงหน้าและการติดตั้งครีบอากาศแนวตั้งขนาดเล็กที่มีที่มาจากโปรเจคท์ GT ซึ่งการปรับปรุงเปลี่ยนนี้ทำให้แรงกดด้านหน้าเพิ่มมากขึ้นอีก 10%

การปรับปรุงเปลี่ยนแปลงทางด้านแอโร่ไดนามิคส์รวมถึงการปรับระบบช่วงล่างและระบบกันสะเทือนใหม่ทำให้ FXX K Evo มีแรงกดเทียบได้กับแรงกดที่เกิดขึ้นกับรถแข่ง GT3 ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อประสิทธิภาพในการบังคับควบคุมและเสถียรภาพการทรงตัวทั้งบนทางตรงและทางโค้ง

ในส่วนของภายในมีการปรับเปลี่ยนใช้พวงมาลัยรุ่นใหม่ที่มีสวิทซ์เลือกการทำงานของระบบ KERS รวมอยู่ด้วยเพื่อความสะดวกในการปรับใช้ระบบดังกล่าวนอกจากนี้ยังมีจอแสดงภาพด้านหลังขนาดใหญ่ขึ้นรวมถึงการเพิ่มการแสดงข้อมูลจากระบบจัดเก็บข้อมูลรถและการขับขี่รุ่นใหม่เช่นข้อมูลสถานะการทำงานของระบบ KERS และเวลาต่อรอบซึ่งผู้ขับขี่สามารถรับรู้ได้อย่างชัดเจน

การอัพเกรด Ferrari FXX K ให้เข้าสู่เวอร์ชั่น Evo ในแบบฟูลออพชั่น มีค่าใช้จ่ายที่ประมาณ €200k แต่หากเป็น FXX K Evo ราคาจะ อยู่ที่ประมาณ €2.5m. ซึ่งค่าใช้จ่ายนี้รวมถึงการเข้าร่วมกิจกรรม XX Programme ปี 2018 ที่ประกอบด้วยกิจกรรมในสนามแข่งขัน 9 รายการเริ่มตั้งเดือนมีนาคมถึงเดือนตุลาคมและการเข้าร่วมกิจกรรม Finali Mondiali กิจกรรมพิเศษที่จัดขึ้นเป็นประจำเมื่อจบฤดูกาลแข่งขันของ Ferrari ในแต่ละปี

XX Programme : คลับพิเศษเอกสิทธิ์เฉพาะสำหรับเจ้าของรถยนต์ Ferrari

XX Programme จัดขึ้นครั้งแรกในปี 2005 โดยจะคัดเลือกอย่างละเอียดพิถีพิถันจากผู้เป็นเจ้าของรถยนต์ Ferrari เดิมเพื่อมอบโอกาสในการได้เป็นเจ้าของซูเปอร์คาร์รุ่นพิเศษและการได้เข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการค้นคว้าและพัฒนา Ferrari ในรุ่นต่อไป

รถยนต์สายพันธ์ XX ถูกอัดแน่นด้วยนวัตกรรมเทคโนโลยี่ต่าง มากมายประกอบด้วยแนวคิดต่าง ที่ได้มีการพัฒนาไปสู่การแข่งขันประเภทต่าง ที่ Ferrari มีส่วนร่วมในการแข่งขันด้วย

อย่างไรก็ตาม XX ไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อการแข่งขันความเร็วโดยเฉพาะและไม่สามารถจดทะเบียนเพื่อใช้บนท้องถนนทั่วไปได้แต่ทำหน้าที่เป็นเสมือนห้องปฏิบัติการยานยนต์เคลื่อนที่เพื่อนำผลที่ได้มาปรับใช้ในกระบวนการพัฒนารถยนต์ให้ก้าวหน้ามากขึ้นโดยลูกค้าที่ใช้รถ Ferrari จะได้รับเชิญให้เข้าร่วมกิจกรรมพิเศษที่จัดขึ้นในสนามแข่งความเร็วที่มีชื่อเสียงระดับโลกและนำเสนอข้อคิดเห็นต่าง ให้กับทีมงานวิศวกรของ Ferrari

FXX (2005 – 2007)

XX คันแรกเปิดตัวในงาน Bologna motor show ปี 2005 เป็น FXX ที่ใช้ Ferrari Enzo เป็นโมเดลต้นแบบผลิตขึ้นในเบื้องต้นมีผู้ใช้รถ Ferrari 20 คนตอบรับข้อเสนอราคา €1.5m จากทางโรงงาน สำหรับซูเปอร์คาร์เวอร์ชั่นพิเศษพละกำลัง 800 แรงม้าและการเข้ากิจกรรมพิเศษในสนามประลองความเร็ว 14 ครั้งนอกจากนี้ยังมีการฝึกอบรมการขับขี่ชั้นสูงที่ Fiorano เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมและเสริมทักษะความเชี่ยวชาญสำหรับกิจกรรมจริงในสนามแข่งความเร็วซึ่งลูกค้าที่ได้เป็นเจ้าของซูเปอร์คาร์โมเดลพิเศษเหล่านี้จะได้ร่วมแสดงและนำเสนอข้อคิดเห็นต่าง ให้กับทีมเทคนิคของ Ferrari เพื่อนำไปสู่การพัฒนารถยนต์ Ferrari รุ่นอื่น ต่อไป

โดยสรุปแล้ว Ferrari FXX ผลิตขึ้นเพื่อจำหน่ายให้กับลูกค้ารวม 29 คันขณะที่คันที่ 30 ถูกมอบให้กับ Michael Schumacher ที่เป็นที่ปรึกษาคนสำคัญของโปรแกรมพิเศษนี้ Ferrari FXX ที่จำหน่ายให้กับลูกค้าส่วนใหญ่จะถูกเก็บไว้ที่โรงงาน Ferrari และจะถูกจัดส่งไปเข้าร่วมกิจกรรมต่าง ที่กำหนดไว้โดยลูกค้าหรือเจ้าของรถสามารถให้ Ferrari ดำเนินการให้หรือเลือกที่จะจัดส่งในแบบที่ตัวเองต้องการได้

ในปี 2007 FXX เวอร์ชั่น Evoluzione หรือ Evo ถูกส่งตามออกมาซึ่งเวอร์ชั่นพิเศษนี้สามารถรับรู้ได้อย่างชัดเจนจากการตกแต่งภายนอกซึ่ง FXX ส่วนใหญ่จะได้รับการอัพเกรดให้เป็นเวอร์ชั่น Evo ด้วยโดยความแตกต่างของ FXX EVo ประกอบด้วยการยกระดับสมรรถนะของเครื่องยนต์ V12 จาก 800 แรงม้าเป็น 848 แรงม้า, รอบการทำงานของเครื่องยนต์สูงสุดอยู่ที่ 9,500 รอบต่อนาที, เวลาการเปลี่ยนเกียร์ที่รวดเร็วขึ้นสำหรับเกียร์กึ่งอัตโนมัติ 6 สปีด, การปรับรูปแบบของปีกหลังใหม่เพื่อเพิ่มแรงกดและการยึดเกาะ, ระบบป้องกันล้อหมุนฟรีรุ่นใหม่แบบ 9 จังหวะการทำงานซึ่งการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นทำให้ FXX Evo ทำเวลาต่อรอบในสนาม Fiorano ไว้ที่ 1.16 นาทีเร็วกว่า FXX 2 วินาที

ENGINE V12, 5999 cc

MAX POWER 800bhp @ 8500rpm

MAX TORQUE 506lb ft @ 5750rpm

TRANSMISSION Six-speed automated manual

SUSPENSION Double wishbones with pushrod-operated spring/adaptive dampers front and rear

BRAKES CCM, 398mm front and rear

WHEELS 9x19in front, 13x19in rear

TYRES 245/35 R19 front, 345/35 R19 rear, Bridgestone slick

WEIGHT 1165kg (dry)

POWER TO WEIGHT 697bhp/ton

0-60MPH 2.4sec (claimed)

TOP SPEED 214mph (claimed)

PRICE €1.5 million plus taxes

599XX (2009 – 2012)

โมเดลที่ 2 ของ XX Programme เปิดตัวมาในปี 2009 เป็นการต่อยอดขึ้นมาจาก Ferrari 599 GTB โดยมีน้ำหนักตัวรถที่เบากว่าแม่แบบถึง 270 กิโลกรัมขณะที่เครื่อง V12 ความจุ 6 ลิตรได้รับการปรับปรุงให้รอบเครื่องยนต์สูงสุดขยับขึ้นไปเป็น 9,000 รอบต่อนาทีมีกำลังแรงม้าสูงสุด 720 แรงม้า อย่างไรก็ตามเนื่องจากเป็นรถขับเคลื่อนล้อหน้าและพละกำลังที่น้อยกว่าเมื่อเทียบกับ FXX ทำให้ 599XX ง่ายต่อการขับขี่มากขึ้นอีกทั้งยังมีการนำแนวคิด High Performance Dynamic Concept มาใช้เพื่อควบคุมการยึดเกาะและความมีเสถียรภาพโดยปรับการทำงานของทุกระบบได้จนถึงจุดจำกัดของแต่ละระบบอย่างถูกต้องแม่นยำและอย่างเช่นที่ Marc Gene ให้ความเห็นไว้ว่า 599XX เพิ่มโอกาสให้ลูกค้าได้เลือกระดับของความช่วยเหลือจากระบบอีเลคทรอนิคส์ต่าง ได้ตามที่พวกเขาต้องการซึ่งส่งผลพวกเขาสามารถทำเวลาต่อรอบได้ใกล้เคียงกับเวลาที่นักแข่งมืออาชีพได้อย่างรวดเร็วกว่าเมื่อเทียบกับ FXX

นอกจากนี้ Ferrari 599XX ยังได้รับการติดตั้งชุดแอโร่พาร์ทที่ทำงานโดยอัตโนมัติพร้อมการทำกราวนด์ เอฟเฟคเพื่อลดแรงดันใต้ท้องรถ, การใช้พัดลม 2 ชุดทางด้านท้ายตัวรถสปอยเลอร์เพื่อใช้สร้างแรงกดที่ตัวถังด้านหลังให้เพิ่มมากขึ้นหรือลดแรงต้านทานอากาศ ซึ่งในการวิ่งในสนามแข่ง Fiorano ปรากฏว่า 599XX สามารถทำเวลาต่อรอบได้เกือบจะเท่ากับเวลาที่ FXX ทำไว้โดยใช้เวลาไปเพียง 1.17 นาทีเท่านั้น อย่างไรก็ตามความรุนแรงของ 599XX ก็ก่อให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ได้เหมือนกันในกรณีของการเคลมว่าสามารถทำเวลาในสนามแข่ง Nurburgring (เนื่องจากไม่มีการจัดระดับประเภทของรถไว้สำหรับ 599XX เนื่องจากไม่ได้เป็นทั้งรถยนต์ที่ผลิตจำหน่ายทั่วไปและรถที่ผลิตเพื่อการแข่งขันโดยเฉพาะ)

สองปีต่อมาในปี 2011 Ferrari 599XX ถูกยกระดับสมรรถนะและประสิทธิภาพให้มากขึ้นด้วยเวอร์ชั่น Evolution โดยมีการปรับพละกำลังแรงม้าเพิ่มมากขึ้นเป็น 740 แรงม้า, ท่อไอเสียที่ออกทางด้านข้างและชุดแต่งแอโร่พาร์ทใหม่ที่รวมถึงสปอยเลอร์หลังแบบปีก 2 ชั้นขนาดใหญ่นอกจากนี้น้ำหนักตัวรถของ 599XX Evo ยังถูกปรับให้ลดลงไปจากเดิมอีก 35 กิโลกรัมพร้อมเวลาการเปลี่ยนเกียร์ที่เร็วขึ้นอีกด้วย สำหรับการทำเวลาต่อรอบในสนามแข่ง Fiorano ของ 599XX Evo อยู่ที่ 1.15 นาทีเท่านั้น

ENGINE V12, 5999 cc

MAX POWER 720bhp @ 9000rpm

MAX TORQUE 506lb ft @ 6500rpm

TRANSMISSION Six-speed automated manual

SUSPENSION Double wishbones front, multi-link rear, adaptive dampers

BRAKES CCM, 398mm front, 360mm rear

WHEELS 11x19in front, 12x19in rear

TYRES 290/760 R19 front, 370/710 R19 rear, Michelin slick

WEIGHT 1345kg (dry)

POWER TO WEIGHT 544bhp/ton

0-60MPH 2.9sec (claimed)

TOP SPEED 196mph (claimed)

PRICE €1.3 million plus taxes

FXX K (2014 – 2017)

ความสำเร็จของ FXX ถูกสานต่อด้วย FXX K ที่ Ferrari LaFerrari ถูกนำใช้เป็นต้นแบบในการพัฒนาโดยอักษร K ที่นำมาใช้หมายถึงการใช้ระบบ KERS (Kinetic Energy Recovery System) และเช่นเดียวกับ LaFerrari ที่ FXX K ใช้ชุดส่งกำลังแบบไฮบริดด้วยเช่นกันทั้งนี้สิ่งที่บ่งบอกถึงความแตกต่างระหว่าง FXX K กับ LaFerrari สังเกตได้จากการที่ FXX K มีตัวถังที่สั้นกว่า, เตี้ยกว่า, มีความร้อนแรงดุดันในตัวเองมากกว่าและมีรูปแบบที่ถูกต้องตามหลักอากาศพลศาสตร์มากกว่า สำหรับ FXX Evo เครื่องยนต์ V12 ความจุ 6.3 ลิตรสามารถทำงานในรอบเครื่องยนต์ที่สูงถึง 9,200 รอบต่อนาทีโดยแรงม้าสูงสุดที่ได้จากเครื่องยนต์  V12อยู่ที่ 848 แรงม้าที่ 9,200 รอบต่อนาทีซึ่งเมื่อรวมกับ 188 แรงม้าที่ได้จากมอเตอร์ไฟฟ้าของระบบ KERS แล้วแรงม้ารวมจะมหาศาลถึง 1,036 แรงม้าเลยทีเดียว

หน้าปัด manettino มีสวิทซ์ปรับโหมดการทำงานให้เลือกถึง 5 โหมดสำหรับการทำงานของระบบ E-diff, ระบบช่วยในการยึดเกาะถนนและ Racing SSC โดยโหมดการทำงานเหล่านี้จะปรับไปตามการหมุนตัวของล้อที่มีเซนเซอร์ติดตั้งอยู่เพื่อตรวจสอบอัตราเร่งตามแนวการเคลื่อนที่, อัตราเร่งด้านข้างและอัตราเร่งที่เกิดจากการเลี้ยวในแนวโค้งรวมถึงการตรวจสอบอุณหภูมิและแรงกดด้วยซึ่งการวิเคราะห์อย่างถูกต้องแม่นยำของการทำปฏิกิริยาซึ่งกันระหว่างยางกับพื้นทางวิ่งทำให้การทำงานของระบบช่วยในการยึดเกาะถนนเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

สปอยเลอร์หลังทำงานโดยอัตโนมัติสามารถยกตัวได้ 60 มม. ขณะที่มุมท้ายทั้งสองด้านมีครีบอากาศขนาดใหญ่ สปอยเลอร์หน้าแบบสองชั้นและลิ้นสปอยเลอร์ขนาดใหญ่ที่ออกแบบให้มีช่องว่างตรงกลางเป็นรูปแบบที่พัฒนาจากรถแข่ง GT ที่ใช้ในการแข่งขันรายการ World Endurance Championship ซึ่ง Ferrari ชนะการแข่งขันถึง 3 ปีติดต่อกัน

ENGINE V12, 6262 cc

MAX POWER 1036bhp total (848bhp@ 9000rpm from V12, 188bhp KERS)

MAX TORQUE >664lb ft @ 6500rpm

TRANSMISSION Seven-speed dual clutch, E-diff

SUSPENSION Double wishbones front, multi-link rear, adaptive dampers

BRAKES CCM, 398mm front, 380mm rear

TYRES 285/650 R19 front, 245/725 R20 rear, Pirelli P Zero slicks

WEIGHT 1165kg (dry)

POWER TO WEIGHT c910bhp/ton

0-60MPH 2.4sec (claimed)

TOP SPEED 217mph (claimed)

PRICE €2.2 million plus taxes

FXX K Evo

ENGINE V12, 6262 cc

MAX POWER 1036bhp total (848bhp@ 9200rpm from V12, 188bhp KERS)

MAX TORQUE >664lb ft @ 6500rpm

TRANSMISSION Seven-speed dual clutch gearbox, E-diff

SUSPENSION Double wishbones front, multi-link rear, adaptive dampers

BRAKES Brembo CCM, 398mm front, 380mm rear

TYRES 285/650 R19 front, 245/725 R20 rear, Pirelli P Zero slicks

WEIGHT sub-1165kg (dry)

POWER TO WEIGHT 910+bhp/ton

0-60MPH c2.5sec (est)

TOP SPEED c215mph (claimed)

PRICE €2.5 million (est)

 

Share

Leave a Reply